1) โทษของอินเทอร์เน็ต
โทษของอินเทอร์เน็ต มีหลากหลายลักษณะ ทั้งที่เป็นแหล่งข้อมูลที่เสียหาย,
ข้อมูลไม่ดี ไม่ถูกต้อง, แหล่งประกาศซื้อขาย
-
อินเทอร์เน็ตเป็นระบบอิสระ ไม่มีเจ้าของ ทำให้การควบคุมกระทำได้ยาก
-
ไม่มีระบบจัดการข้อมูลที่ดี
ทำให้การค้นหากระทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร
-
ข้อมูลบางอย่างอาจไม่จริง
ต้องดูให้ดีเสียก่อน อาจถูกหลอกลวง-กลั่นแกล้งจากเพื่อน
-
ถ้าเล่นอินเทอร์เน็ตมากเกินไปอาจเสียการเรียนได้
-
ข้อมูลบางอย่างก็ไม่เหมาะกับเด็กๆ
-
เป็นสถานที่ที่ใช้ติดต่อสื่อสาร
เพื่อก่อเหตุร้าย เช่น การล่อลวงผู้อื่นไปกระทำชำเรา
-
ทำให้เสียสุขภาพ
เวลาที่ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเวลานานๆ โดยไม่ได้ขยับเคลื่อนไหว
2) โรคติดอินเทอร์เน็ต
โรคติดอินเทอร์เน็ต (Webaholic) เป็นอาการทางจิตประเภทหนึ่ง
ซึ่งนักจิตวิทยาชื่อ Kimberly S Young ได้ศึกษาและวิเคราะห์ไว้ว่า
บุคคลใดที่มีอาการดังต่อไปนี้ อย่างน้อย 4 ประการ
เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี แสดงว่าเป็นอาการติดอินเทอร์เน็ต
-
รู้สึกหมกมุ่นกับอินเทอร์เน็ต
แม้ในเวลาที่ไม่ได้ต่อเข้าระบบอินเทอร์เน็ต
-
มีความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเวลานานขึ้นอยู่เรื่อยๆ
ไม่สามารถควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตได้
-
รู้สึกหงุดหงิดเมื่อใช้อินเทอร์เน็ตน้อยลง
หรือหยุดใช้
-
คิดว่าเมื่อใช้อินเทอร์เน็ตแล้ว
ทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น
-
ใช้อินเทอร์เน็ตในการหลีกเลี่ยงปัญหา
-
หลอกคนในครอบครัว
หรือเพื่อน เรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตของตนเอง
-
มีอาการผิดปกติเมื่อเลิกใช้อินเทอร์เน็ต
เช่น หดหู่ กระวนกระวาย
ซึ่งอาการดังกล่าว ถ้ามีมากกว่า 4 ประการในช่วง
1 ปี จะถือว่าเป็นอาการติดอินเทอร์เน็ต
ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบร่างกาย
ทั้งการกิน การขับถ่าย และกระทบต่อการเรียน สภาพสังคมของคนๆ
นั้นต่อไป
3) อาชญากรรมคอมพิวเตอร์
เทคโนโลยีที่ทันสมัย
แม้จะช่วยอำนวยความสะดวกได้มากเพียงใดก็ตาม สิ่งที่ต้องยอมรับความจริงก็คือ
เทคโนโลยีทุกอย่างมีจุดเด่นและข้อด้อยของตนทั้งสิ้น ทั้งที่มาจากตัวเทคโนโลยีเอง
และมาจากปัญหาอื่นๆ เช่น บุคคลที่มีจุดประสงค์ร้าย ในโลก cyberspace อาชญากรรมคอมพิวเตอร์เป็นปัญหาหลักที่นับว่ายิ่งมีความรุนแรง
เพิ่มมากขึ้น ประมาณกันว่ามีถึง 230% ในช่วงปี 2002 และแหล่งที่เป็นจุดโจมตีมากที่สุดก็คือ อินเทอร์เน็ต
นับว่ารุนแรงกว่าปัญหาไวรัสคอมพิวเตอร์เสียด้วยซ้ำ หน่วยงานทุกหน่วยงานที่นำไอทีมาใช้งาน
จึงต้องตระหนักในปัญหานี้เป็นอย่างยิ่ง จำเป็นต้องลงทุนด้านบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัย
ระบบซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ที่มีประสิทธิภาพ การวางแผน ติดตาม
และประเมินผลที่ต้องกระทำอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง แต่ไม่ว่าจะมีการป้องกันดีเพียงใด
ปัญหาการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ก็มีอยู่เรื่อยๆ ทั้งนี้ระบบการโจมตีที่พบบ่อยๆ
ได้แก่
-
Hacker & Cracker อาชญากรที่ได้รับการยอมรับว่ามีผลกระทบต่อสังคมไอทีเป็นอย่างยิ่ง
-
บุคลากรในองค์กร หน่วยงานใดที่ไล่พนักงานออกจากงานอาจสร้างความไม่พึงพอใจให้กับพนักงานจนมาก่อปัญหาอาชญากรรม
-
Buffer overflow เป็นรูปแบบการโจมตีที่ง่ายที่สุด
แต่ทำอันตรายให้กับระบบได้มากที่สุด โดยอาชญากรจะอาศัยช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการ
และขีดจำกัดของทรัพยากรระบบมาใช้ในการจู่โจม
การส่งคำสั่งให้เครื่องแม่ข่ายเป็นปริมาณมากๆ ในเวลาเดียวกัน
ซึ่งส่งผลให้เครื่องไม่สามารถรันงานได้ตามปกติ หน่วยความจำไม่เพียงพอ
จนกระทั่งเกิดการแฮงค์ของระบบ เช่นการสร้างฟอร์มรับส่งเมล์ที่ไม่ได้ป้องกัน
ผู้ไม่ประสงค์อาจจะใช้ฟอร์มนั้นในการส่งข้อมูลกระหน่ำระบบได้
-
Backdoors นักพัฒนาเกือบทุกราย
มักสร้างระบบ Backdoors เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงาน
ซึ่งหากอาชญากรรู้เท่าทัน ก็สามารถใช้ประโยชน์จาก Backdoors นั้นได้เช่นกัน
-
CGI Script ภาษาคอมพิวเตอร์ที่นิยมมากในการพัฒนาเว็บเซอร์วิส
มักเป็นช่องโหว่รุนแรงอีกทางหนึ่งได้เช่นกัน
-
Hidden HTML การสร้างฟอร์มด้วยภาษา
HTML และสร้างฟิลด์เก็บรหัสแบบ Hidden ย่อมเป็นช่องทางที่อำนวย
ความสะดวกให้กับอาชญากรได้เป็นอย่างดี โดยการเปิดดูรหัสคำสั่ง (Source
Code) ก็สามารถตรวจสอบและนำมา
ใช้งานได้ทันที
-
Failing to Update การประกาศจุดอ่อนของซอฟต์แวร์
เพื่อให้ผู้ใช้นำไปปรับปรุงเป็นทางหนึ่งที่อาชญากร นำไป
จู่โจมระบบที่ใช้ซอฟต์แวร์นั้นๆ ได้เช่นกัน
เพราะกว่าที่เจ้าของเว็บไซต์ หรือระบบ จะทำการปรับปรุง (Updated) ซอตฟ์แวร์ที่มีช่องโหว่นั้น ก็สายเกินไปเสียแล้ว
-
Illegal Browsing ธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ต
ย่อมหนีไม่พ้นการส่งค่าผ่านทางบราวเซอร์ แม้กระทั่งรหัสผ่านต่างๆ ซึ่งบราวเซอร์บางรุ่น
หรือรุ่นเก่าๆ ย่อมไม่มีความสามารถในการเข้ารหัส หรือป้องกันการเรียกดูข้อมูล
นี่ก็เป็นอีกจุดอ่อนของธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้เช่นกัน
-
Malicious scripts จะมีการเขียนโปรแกรมไว้ในเว็บไซต์
แล้วผู้ใช้เรียกเว็บไซต์ดูบนเครื่องของตน อย่างมั่นใจ
หรือว่าไม่เจอปัญหาอะไร อาชญากรอาจจะเขียนโปรแกรมแฝงในเอกสารเว็บ
เมื่อถูกเรียก โปรแกรมนั้นจะถูกดึงไปประมวลผลฝั่งไคลน์เอ็นต์
และทำงานตามที่กำหนดไว้อย่างง่ายดาย
โดยที่ผู้ใช้จะไม่ทราบว่าตนเองเป็นผู้สั่งรันโปรแกรมนั้นเอง
-
Poison cookies ขนมหวานอิเล็กทรอนิกส์
ที่เก็บข้อมูลต่างๆ ตามแต่จะกำหนด
จะถูกเรียกทำงานทันทีเมื่อมีการเรียกดูเว็บไซต์ที่บรรจุคุกกี้ชิ้นนี้
และไม่ยากอีกเช่นกันที่จะเขียนโปรแกรมแฝงอีกชิ้น ให้ส่งคุกกี้ที่บันทึกข้อมูลต่างๆ
ของผู้ใช้ส่งกลับไปยังอาชญากร
-
ไวรัสคอมพิวเตอร์
ภัยร้ายสำหรับหน่วยงานที่ใช้ไอทีตั้งแต่เริ่มแรก และดำรงอยู่อย่างอมตะตลอดกาล ในปี
2001 พบว่าไวรัส Nimda ได้สร้างความเสียหายได้สูงสุด
เป็นมูลค่าถึง 25,400 ล้าบบาท ในทั่วโลก ตามด้วย Code
Red, Sircam, LoveBug, Melissa ตามลำดับที่ไม่หย่อนกว่ากัน
แหล่งที่มา